วิธีการเล่นไฮโล (Guide Sic bo)

เป็นเกมที่มีรูปแบบในการเล่นที่เข้าใจได้ง่ายไม่ต่างไปจากบาคาร่าเช่นกันได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย อยู่บนวงการเดิมพันมาอย่างยาวนาน สำหรับนักพนันของชาวเอเชียจะรู้จักกันในชื่อ Hi-Lo เป็นการเล่นที่มีอุปกรณ์เดิมพันที่ใช้ลูกเต๋าในการเขย่าเพื่อดูแต้ม โดยจะมีการกำหนดแต้มสูงและแต้มต่ำ ซึ่งจะใช้ลูกเต๋า 3 ลูกในการเล่น โดยกฎกติกาจะใช้ไม่แตกต่างกับการเล่นน้ำเต้าปูปลา โดยลูกเต๋าแต่ลูกจะมีแต้มบนหน้าเต๋า คือ 1-6

รูปแบบการเล่นของไฮโลประกอบด้วย 7 รูปแบบ

รูปแบบที่ 1 การเล่นทาย สูง-ต่ำ เป็นการเล่น

โดยการนับแต้ม จะใช้ลูกเต๋าทั้ง 3 ลูกในการนับแต้ม ซึ่งการกำหนดแต้มของลูกเต๋า

แต้มสูงของเกมไฮโล จะนับแต้มตั้งแต่ 4-10

แต้มต่ำของเกมไฮโล จะนับแต้มตั้งแต่ 11-17

ในกรณีที่เล่นรูปแบบที่ 1 ในขณะที่ ลูกเต๋าออก ตอง 1 หรือ ตอง 6 เจ้าจะได้เงินไป

จะได้เงิน 1 เท่าจากยอดการเดิมพัน ยกตัวอย่างวางเดิมพัน 100 บาท จะได้เงินกับมาอีก 100 บาท

รูปแบบที่ 2 เล่นทายตัวเลข 1 ตัวเลข

จะเป็นการวางเงินเดิมพัน โดยทายตัวเลข 1 หมายเลข ถ้ามีลูกเต๋า ลูกใดก็ได้ออกหมายเลขที่ทายไว้ก็จะได้เงินเดิมพัน ตามจำนวนลูกเต๋าที่ออกหมายเลขนั้น

จะได้เงิน 1 เท่าจากแต้มที่ตรงกับหน้าลูกเต๋า ยกตัวอย่างวางเงินเดิมพัน 100 บาท ทายว่าในลูกเต๋า 3 ลูกจะมี หมายเลข 3 และ หากผลปรากฏว่า มี 1 ลูก จะได้รับเงิน 100 บาท หากผลปรากฏว่า มี 2 ลูก จะได้รับเงิน 200 บาท หากผลปรากฏว่า มี 3 ลูก จะได้รับเงิน 300 บาท

รูปแบบที่ 3 เดิมพันโต๊ดตัวเลข

เป็นการวางเดิมพันกับ 2 ตัวเลข ว่าจะมีเลขที่ออกเหมือนกันกับเลขที่ทายหรือไม่ 2 หมายเลข

จะได้เงิน 5 เท่า หากว่ามีแต้มบนลูกเต๋าตรงกับหมายเลขที่ทายเอาไว้ ยกตัวอย่างวางเงินเดิมพัน 100 บาท จะได้เงินกลับมาอีก 500 บาท

รูปแบบที่ 4 เดิมพันโต๊ดเลขคู่กัน

เป็นการวางเงินเดิมพันว่าจะมีลูกเต๋าที่ออกหมายเลขเดียวกัน โดยภายใน 3 จะมีอย่างน้อย 2 ลูก ที่ออกหมายเลขเดียวกัน

จะได้เงิน 8 เท่า หากว่าทายเดิมพันได้ถูกต้อง  ยกตัวอย่างวางเงินเดิมพัน 100 บาท จะได้เงินกลับมาอีก 800 บาท

รูปแบบที่ 5 เดิมพันแต้มรวมลูกเต๋า

เป็นการวางเงินเดิมพันโดยนับเอาแต้มจากลูกเต๋าจากทั้ง 3 ลูก โดยจะมีการกำหนดการจ่ายเงินให้ที่แตกต่างกันตามความยากหรือ

ง่ายของการเกิดขึ้น

โดยที่ แต้ม 4 และ 17 จะมีอัตราการจ่ายเงินอยู่ที่ 60 เท่า ยกตัวอย่างวางเงินเดิมพัน 100 บาท จะได้เงินกลับมาอีก 6,000 บาท

โดยที่ แต้ม 5 และ 16 จะมีอัตราการจ่ายเงินอยู่ที่ 30 เท่า ยกตัวอย่างวางเงินเดิมพัน 100 บาท จะได้เงินกลับมาอีก 3,000 บาท

โดยที่ แต้ม 6 และ 15 จะมีอัตราการจ่ายเงินอยู่ที่ 17 เท่า ยกตัวอย่างวางเงินเดิมพัน 100 บาท จะได้เงินกลับมาอีก 1,700 บาท

โดยที่ แต้ม 7 และ 14 จะมีอัตราการจ่ายเงินอยู่ที่ 12 เท่า ยกตัวอย่างวางเงินเดิมพัน 100 บาท จะได้เงินกลับมาอีก 1,200 บาท

โดยที่ แต้ม 8 และ 13 จะมีอัตราการจ่ายเงินอยู่ที่ 8 เท่า ยกตัวอย่างวางเงินเดิมพัน 100 บาท จะได้เงินกลับมาอีก 800 บาท

โดยที่ แต้ม 9 – 12 จะมีอัตราการจ่ายเงินอยู่ที่ 6 เท่า ยกตัวอย่างวางเงินเดิมพัน 100 บาท จะได้เงินกลับมาอีก 600 บาท

รูปแบบที่ 6 เดิมพันเลขตอง

เป็นการทายการเดิมพันที่วางเงินเดิมพันหมายเลขตอง ซึ่งทายเพียง 1 หมายเลขเท่านั้น เช่น ตอง 1 หรือ ตอง 5

จะได้เงินเดิมพัน 150 เท่า ยกตัวอย่างวางเงินเดิมพันตอง 3 ลงเงินเดิมพัน 100 บาท จะได้เงินกลับมาอีก 15,000 บาท

รูปแบบที่ 7 เดิมพันเลขตองแบบเหมารวม

เป็นการทายเดิมพันว่าจะเป็นการออกหมายเลขตอง ไม่กำหนดหมายเลข แต่เป็นตองเท่านั้น

จะได้เงินเดิมพัน 24 เท่า ยกตัวอย่างวางเงินเดิมพัน 100 บาท จะได้เงินกลับมา 2,400 บาท